
ลำโพงอัจฉริยะกับความเป็นส่วนตัว: Voice Assistant ในบ้านฟังอะไรเราอยู่บ้าง ข้อมูลเสียงไปอยู่ที่ไหน และตั้งค่าอย่างไรให้ปลอดภัย
เพื่อนของลูกชายผมชื่ออเล็กซ์ มาค้างที่บ้านคืนวันเสาร์ ทุกครั้งที่มีคนในบ้านตะโกนเรียก “อเล็กซ์ มากินข้าว” หรือ “อเล็กซ์ ตาเธอแล้ว” ลำโพงอัจฉริยะบนชั้นในห้องนั่งเล่นจะสว่างวงแหวนสีฟ้าขึ้นมา แล้วพูดว่า “ขอโทษค่ะ ไม่เข้าใจคำถาม”
เด็กๆ หัวเราะกันทุกครั้ง แต่ครั้งที่ห้า ภรรยาผมหันมามองลำโพงแล้วถามด้วยเสียงจริงจังว่า “แล้วตอนมันสว่างขึ้นมา มันอัดเสียงที่เราคุยกันไปด้วยหรือเปล่า”
ผมตอบไม่ได้ทันที ทั้งที่ลำโพงตัวนี้อยู่ในบ้านมาสามปี ใช้เปิดเพลง ตั้งเวลาต้มไข่ และเปิดปิดไฟทุกวัน คืนนั้นหลังเด็กๆ หลับ ผมนั่งเปิดแอปควบคุมลำโพงดูประวัติเสียงย้อนหลัง และพบไฟล์เสียงหลายร้อยไฟล์ รวมถึงเสียงเรียกชื่ออเล็กซ์เมื่อสามชั่วโมงก่อน
สิ่งที่จะได้รู้ก่อนพูดกับลำโพงครั้งต่อไป
- Voice Assistant ทำงานอย่างไร
- Wake Word Detection: ลำโพงฟังตลอดเวลาจริงไหม
- สวิตช์อัตโนมัติของเครื่องดูดฝุ่นในโรงไม้
- เสียงของเราไปอยู่ที่ไหน ใครได้ยินบ้าง
- เหตุการณ์จริงที่ควรรู้
- ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวทีละขั้น
- ลำโพงอัจฉริยะกับเด็ก
Voice Assistant ทำงานอย่างไร
Voice Assistant หรือผู้ช่วยสั่งการด้วยเสียง คือระบบ AI ในลำโพงอัจฉริยะ มือถือ หรือทีวี ที่รอฟังคำปลุก เมื่อได้ยินแล้วจะบันทึกเสียงคำสั่งถัดไป ส่งขึ้นไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ของผู้ให้บริการ แล้วส่งผลลัพธ์กลับมา เช่น เปิดเพลง ตอบคำถาม หรือสั่งอุปกรณ์ในบ้าน
ตัวอย่างที่คุ้นเคยคือ Amazon Alexa, Google Assistant และ Siri ของ Apple แต่ละเจ้ามีรายละเอียดต่างกัน แต่หลักการทำงานคล้ายกัน แบ่งเป็นสองส่วน
- ส่วนที่ทำในเครื่อง ฟังหาคำปลุก ซึ่งต้องทำตลอดเวลา
- ส่วนที่ทำบนคลาวด์ แปลงเสียงเป็นข้อความ ทำความเข้าใจคำสั่ง และหาคำตอบ ซึ่งต้องใช้พลังประมวลผลมาก
Wake Word Detection: ลำโพงฟังตลอดเวลาจริงไหม
คำตอบตรงๆ คือ ใช่ ไมโครโฟนเปิดอยู่ตลอดเวลา แต่ในสภาวะปกติ ลำโพงไม่ได้ส่งทุกเสียงขึ้นคลาวด์
ลำโพงมีชิปเล็กๆ ที่ฟังเสียงรอบตัวเป็นช่วงสั้นๆ วนไปเรื่อยๆ และทิ้งเสียงเหล่านั้นทันทีถ้าไม่ใช่คำปลุก หน้าที่ของมันมีอย่างเดียว คือจับให้ได้ว่ามีคนพูดคำปลุกหรือไม่ กระบวนการนี้เรียกว่า Wake Word Detection
เมื่อจับคำปลุกได้ ไฟจะสว่าง และเสียงช่วงสั้นๆ ก่อนหน้ากับคำสั่งที่ตามมาจะถูกส่งขึ้นคลาวด์ ปัญหาคือการจับคำปลุกไม่ได้แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ คำที่ออกเสียงคล้ายกัน เสียงจากทีวี หรือชื่อเพื่อนที่ชื่ออเล็กซ์ ทำให้มันตื่นผิดจังหวะได้ เรียกว่า False Wake หรือการตื่นผิดพลาด และเสียงที่ถูกส่งไปในตอนนั้น อาจเป็นบทสนทนาส่วนตัวที่เราไม่ได้ตั้งใจให้ใครได้ยิน
สวิตช์อัตโนมัติของเครื่องดูดฝุ่นในโรงไม้
ในโรงรถผมมีเครื่องดูดฝุ่นที่ต่อกับเลื่อยวงเดือนผ่านสวิตช์อัตโนมัติ สวิตช์ตัวนี้คอยฟังกระแสไฟของเลื่อยอยู่ตลอดเวลา พอผมกดเปิดเลื่อย สวิตช์ตรวจจับว่ามีกระแสไหล ก็สั่งเครื่องดูดฝุ่นให้ทำงานทันที พอปิดเลื่อย เครื่องดูดฝุ่นก็หยุดตาม สะดวกมาก ไม่ต้องเดินไปกดสองเครื่อง
แต่มีบางครั้งที่ผมเสียบสว่านเล็กๆ ที่ปลั๊กเดียวกัน แล้วเครื่องดูดฝุ่นก็ดังกระหึ่มขึ้นมาทั้งที่ไม่ได้ตัดไม้เลย สวิตช์ไม่ได้รู้ว่าเป็นเลื่อยหรือสว่าน มันรู้แค่ว่ามีกระแสไฟ
ลำโพงอัจฉริยะก็เหมือนสวิตช์ตัวนั้น มันไม่ได้เข้าใจทุกเสียงในบ้าน แต่คอยจับสัญญาณที่หน้าตาคล้ายคำปลุก และบางครั้งก็จับผิด ความต่างคือ เมื่อเครื่องดูดฝุ่นตื่นผิดจังหวะ ผลเสียคือเสียงดังกับค่าไฟ แต่เมื่อลำโพงตื่นผิดจังหวะ ผลเสียคือเสียงในบ้านเราถูกส่งออกไปข้างนอก
เสียงของเราไปอยู่ที่ไหน ใครได้ยินบ้าง
- เก็บบนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ ผูกกับบัญชีของเรา ตามระยะเวลาที่ตั้งค่าไว้
- ใช้ปรับปรุงระบบ ผู้ให้บริการหลายรายใช้ข้อมูลเสียงช่วยพัฒนาความแม่นยำ ซึ่งมักเลือกปิดได้ในการตั้งค่า
- อาจมีมนุษย์ฟังตัวอย่างบางส่วน เพื่อตรวจคุณภาพการถอดเสียง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้หลายคนไม่รู้มาก่อน
- เป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย ภายใต้ PDPA ของไทย เรามีสิทธิ์ขอดูและขอลบข้อมูลของเรา
เหตุการณ์จริงที่ควรรู้
ในปี 2019 มีรายงานข่าวต่อเนื่องหลายชิ้นที่ทำให้คนทั่วโลกหันมาสนใจเรื่องนี้ สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Amazon มีทีมงานที่ฟังตัวอย่างไฟล์เสียงจาก Alexa เพื่อปรับปรุงระบบ ไม่นานหลังจากนั้น สื่อในเบลเยียมได้รับไฟล์เสียงจาก Google Assistant ที่ผู้รับจ้างถอดเสียงนำออกมา และหนังสือพิมพ์ The Guardian รายงานว่าผู้รับจ้างของ Apple ได้ยินเสียงจาก Siri ที่ถูกปลุกโดยไม่ตั้งใจ รวมถึงบทสนทนาส่วนตัว
หลังข่าวเหล่านี้ บริษัททั้งสามปรับนโยบาย เพิ่มตัวเลือกให้ผู้ใช้ปฏิเสธการให้มนุษย์ฟังตัวอย่างเสียง และทำให้การลบประวัติเสียงง่ายขึ้น บทเรียนคือ การตั้งค่าเริ่มต้นไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุดเสมอไป เราต้องเข้าไปเลือกเอง และนโยบายของแต่ละบริษัทก็เปลี่ยนแปลงได้ตามเวลา จึงควรกลับไปตรวจการตั้งค่าเป็นระยะ
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวทีละขั้น
ตรวจและลบประวัติเสียง
- Amazon Alexa เปิดแอป Alexa ไปที่การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว เลือกดูประวัติเสียง ลบรายการที่ไม่ต้องการ หรือตั้งให้ลบอัตโนมัติตามระยะเวลา
- Google Assistant เข้าหน้า My Activity ของบัญชี Google ในส่วนกิจกรรมเสียงและเสียงพูด ดูและลบรายการ และตั้งค่าลบอัตโนมัติ
- Siri ในการตั้งค่าของ iPhone ส่วน Siri มีตัวเลือกลบประวัติ Siri และในส่วนความเป็นส่วนตัวมีตัวเลือกเรื่องการแชร์ข้อมูลเสียงเพื่อปรับปรุงระบบ
ปิดการให้ข้อมูลเสียงเพื่อพัฒนาระบบ
มองหาตัวเลือกที่เกี่ยวกับการใช้เสียงเพื่อปรับปรุงบริการ แล้วปิดไว้ ถ้าไม่ต้องการให้ไฟล์เสียงถูกนำไปตรวจสอบ
ใช้ปุ่มปิดไมโครโฟน
ลำโพงอัจฉริยะส่วนใหญ่มีปุ่มปิดไมค์ เมื่อกดแล้วไฟจะเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือสีส้ม ใช้ในช่วงที่มีการคุยเรื่องสำคัญ เช่น เรื่องการเงิน สุขภาพ หรือเรื่องส่วนตัวของครอบครัว
ปรับความไวของคำปลุก และเปลี่ยนคำปลุก
บางรุ่นเลือกเปลี่ยนคำปลุกได้ บ้านผมเปลี่ยนจากคำเดิมเป็นคำอื่นทันทีหลังคืนที่อเล็กซ์มาค้าง ไม่มีการตื่นผิดจังหวะอีกเลย
ระวังการซื้อของด้วยเสียง
ปิดการสั่งซื้อด้วยเสียง หรือตั้งรหัสยืนยัน เพื่อกันเด็กหรือเสียงจากทีวีสั่งของโดยไม่ตั้งใจ
วางตำแหน่งให้เหมาะ
ไม่วางลำโพงในห้องนอนหรือห้องทำงานที่มีการคุยเรื่องส่วนตัว และไม่วางใกล้ทีวีที่อาจทำให้ตื่นผิดจังหวะบ่อย
ลำโพงอัจฉริยะกับเด็ก
- สอนว่าลำโพงไม่ใช่เพื่อนที่เก็บความลับ สิ่งที่พูดกับมันอาจถูกบันทึกไว้
- ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อเต็ม ที่อยู่ โรงเรียน หรือรหัสผ่าน
- ใช้โปรไฟล์สำหรับเด็ก ถ้าผู้ให้บริการมี ซึ่งมักจำกัดเนื้อหาและการซื้อของ
- ชวนลูกเปิดดูประวัติเสียงด้วยกัน ให้เห็นกับตาว่าลำโพงเก็บอะไรไว้บ้าง ลูกผมตกใจมากตอนได้ยินเสียงตัวเองร้องเพลงผิดคีย์เมื่อปีก่อน
รายการตรวจลำโพงในบ้านคืนนี้
- เปิดดูประวัติเสียงในแอปของลำโพงทุกตัวในบ้าน
- ลบประวัติเก่าและตั้งลบอัตโนมัติ
- ปิดการแชร์เสียงเพื่อพัฒนาระบบ ถ้าไม่ต้องการ
- เปลี่ยนคำปลุก ถ้ามีคนในบ้านหรือเพื่อนชื่อคล้าย
- ปิดการสั่งซื้อด้วยเสียง หรือตั้งรหัส
- ย้ายลำโพงออกจากห้องนอน
- สอนเด็กเรื่องข้อมูลที่ไม่ควรพูดกับลำโพง
คำถามชวนลูกฟังลำโพงอย่างรู้ทัน
- หนูคิดว่าลำโพงรู้ได้ยังไงว่าเรากำลังเรียกมัน
- ถ้าลำโพงตื่นผิดจังหวะตอนเราคุยเรื่องส่วนตัว จะเกิดอะไรขึ้นกับเสียงนั้น
- มีเรื่องอะไรบ้างที่หนูไม่อยากให้ลำโพงได้ยิน
- ถ้าหนูออกแบบลำโพงเอง จะทำให้มันเป็นส่วนตัวมากขึ้นได้ยังไง
วงแหวนสีฟ้าที่เราเข้าใจแล้ว
เช้าวันอาทิตย์ อเล็กซ์กับลูกชายผมนั่งไล่ฟังประวัติเสียงของลำโพงด้วยกัน หัวเราะกับเสียงตัวเองที่ถูกบันทึกเมื่อคืน แล้วช่วยกันกดลบทีละรายการ อเล็กซ์บอกว่าบ้านเขามีลำโพงแบบนี้สามตัว และกลับไปจะเปิดดูกับพ่อบ้าง
ผมไม่ได้คิดจะทิ้งลำโพงตัวนั้น มันยังเปิดเพลงให้เราตอนทำกับข้าวและตั้งเวลาต้มไข่ได้ดีเหมือนเดิม สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ตอนนี้เรารู้ว่ามันฟังอะไร เก็บอะไร และเราเลือกได้ว่าจะให้มันจำอะไร
ถ้าบ้านคุณมีลำโพงอัจฉริยะ ลองเปิดประวัติเสียงดูคืนนี้ครับ คุณอาจประหลาดใจกับสิ่งที่เจอ และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ดีของการเป็นเจ้าของเทคโนโลยี แทนที่จะให้เทคโนโลยีเป็นเจ้าของเรา