Site icon Anat Obom

AI พยากรณ์อากาศและน้ำท่วมล่วงหน้า: เทคโนโลยี Climate Modeling ที่ช่วยเตือนภัยพายุ เล่าให้ลูกเห็นประโยชน์ระดับโลก

ปลายปี 2554 ผมยังจำภาพตัวเองยืนแช่น้ำถึงเข่าในบ้านเก่าย่านปทุมธานีได้ชัด แบกโต๊ะไม้ที่ทำเองตัวแรกขึ้นชั้นสอง ตอนนั้นข่าวบอกว่าน้ำจะมา แต่ไม่มีใครบอกได้ชัดว่ามาเมื่อไหร่ สูงแค่ไหน หลายครอบครัวในซอยย้ายของขึ้นที่สูงไม่ทัน

สิบกว่าปีต่อมา ช่วงต้นฤดูฝนปีนี้ ลูกชายวัยสิบสองถามผมระหว่างดูข่าวพายุที่กำลังก่อตัวในทะเลจีนใต้ว่า “พ่อ ทำไมเขารู้ได้ตั้งหลายวันล่วงหน้าว่าพายุจะไปทางไหน” ผมเปิดแอปพยากรณ์อากาศให้ดู เส้นทางพายุแสดงเป็นกรวยสีบนแผนที่ บอกความน่าจะเป็นล่วงหน้าเกือบสัปดาห์

ผมเล่าให้ลูกฟังเรื่องโต๊ะไม้ตัวนั้น และบอกเขาว่า หนึ่งในเหตุผลที่การพยากรณ์ทุกวันนี้แม่นยำขึ้น คือ AI ที่กำลังเปลี่ยนวิธีที่มนุษย์อ่านท้องฟ้า

สิ่งที่จะได้รู้จากบทความนี้

การพยากรณ์อากาศแบบดั้งเดิมทำงานอย่างไร

การพยากรณ์อากาศสมัยใหม่ใช้วิธีที่เรียกว่า Numerical Weather Prediction หรือการพยากรณ์อากาศเชิงตัวเลข แบ่งชั้นบรรยากาศทั้งโลกออกเป็นกล่องสามมิติจำนวนมหาศาล แล้วใช้สมการฟิสิกส์คำนวณว่าอุณหภูมิ ความกดอากาศ ลม และความชื้นในแต่ละกล่องจะเปลี่ยนไปอย่างไรในอนาคต

วิธีนี้แม่นยำและพัฒนามาหลายสิบปี แต่ต้องใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ทำงานหลายชั่วโมงสำหรับการพยากรณ์แต่ละรอบ ศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางแห่งยุโรป หรือ ECMWF ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์ที่แม่นยำที่สุดในโลก ใช้ระบบแบบนี้เป็นหลักมาอย่างยาวนาน

AI เข้ามาเปลี่ยนเกมอย่างไร

AI พยากรณ์อากาศเรียนรู้รูปแบบของสภาพอากาศจากข้อมูลย้อนหลังหลายสิบปี แทนการคำนวณสมการฟิสิกส์ทุกขั้นตอน ทำให้พยากรณ์ได้เร็วกว่าเดิมมาก และในหลายกรณีแม่นยำเทียบเท่าหรือดีกว่าระบบดั้งเดิม

ในปี 2023 ทีม Google DeepMind เผยแพร่งานวิจัยในวารสาร Science เกี่ยวกับโมเดลชื่อ GraphCast ที่พยากรณ์อากาศทั่วโลกล่วงหน้าสิบวันได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีบนเครื่องประมวลผลเครื่องเดียว และเมื่อเทียบกับระบบพยากรณ์ชั้นนำของ ECMWF ในตัวชี้วัดหลายร้อยรายการ GraphCast ทำได้ดีกว่าในตัวชี้วัดส่วนใหญ่

หลังจากนั้น หน่วยงานพยากรณ์อากาศหลายแห่ง รวมถึง ECMWF เอง ก็พัฒนาระบบพยากรณ์ที่ใช้ AI ของตัวเองและเริ่มนำมาใช้งานจริงควบคู่กับระบบเดิม นี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของวงการอุตุนิยมวิทยาในรอบหลายสิบปี

ข้อมูลดาวเทียมและเรดาร์: วัตถุดิบของการพยากรณ์

AI จะพยากรณ์ได้ดี ต้องมีข้อมูลที่ดี และข้อมูลสภาพอากาศมาจากหลายแหล่ง

ข้อมูลจำนวนมหาศาลเหล่านี้ไหลเข้ามาตลอดเวลา AI ช่วยประมวลผลและหารูปแบบที่มนุษย์อาจมองข้าม เช่น รูปแบบเมฆที่มักนำไปสู่ฝนตกหนักในอีกไม่กี่ชั่วโมง

คาดการณ์เส้นทางพายุแม่นยำขึ้นแค่ไหน

ตัวอย่างที่ถูกพูดถึงในงานวิจัยของ GraphCast คือพายุเฮอริเคนลีในปี 2023 GraphCast ทำนายได้ว่าพายุจะขึ้นฝั่งที่แคนาดาตะวันออกล่วงหน้าราวเก้าวัน เร็วกว่าระบบพยากรณ์ดั้งเดิมหลายวัน

สำหรับชุมชนที่อยู่ในเส้นทางพายุ เวลาที่เพิ่มขึ้นแค่หนึ่งหรือสองวันมีความหมายมหาศาล หมายถึงเวลาอพยพคนชรา ย้ายของขึ้นที่สูง เตรียมอาหารและน้ำ และป้องกันบ้านเรือน

ผมบอกลูกว่า ถ้าตอนปี 2554 เรารู้ล่วงหน้าแม่นยำขึ้นอีกสักสามวัน โต๊ะไม้ตัวนั้นอาจไม่ต้องแช่น้ำจนขาบวม และเพื่อนบ้านหลายคนอาจย้ายรถออกจากซอยได้ทัน

AI กับการเตือนภัยน้ำท่วม

น้ำท่วมพยากรณ์ยากกว่าฝน เพราะขึ้นกับหลายปัจจัย ทั้งปริมาณฝน ความชื้นในดิน ระดับน้ำในแม่น้ำ การปล่อยน้ำจากเขื่อน และสภาพพื้นที่

ผมชวนลูกเปิดดูแผนที่พยากรณ์น้ำท่วมด้วยกัน แล้วหาตำแหน่งบ้านเราและบ้านคุณย่า เขาจดชื่อแม่น้ำที่อยู่ใกล้ทั้งสองบ้านไว้ในสมุด บอกว่าจะคอยติดตามช่วงหน้าฝน

บอร์ดเกม Pandemic กับการเตรียมพร้อมของชุมชน

บอร์ดเกมที่บ้านเราเล่นบ่อยที่สุดในหน้าฝนคือ Pandemic เกมแบบร่วมมือที่ผู้เล่นทุกคนอยู่ทีมเดียวกัน ช่วยกันหยุดโรคระบาดที่กำลังลามไปทั่วโลก แต่ละตา เกมจะเปิดการ์ดเตือนว่าเมืองไหนเสี่ยงระบาดในตาถัดไป

ผู้เล่นที่เก่งไม่ได้รอให้โรคระบาดก่อนแล้วค่อยแก้ แต่ดูการ์ดเตือน แล้ววางแผนส่งทีมไปเสริมเมืองที่เสี่ยงล่วงหน้า แบ่งบทบาทกันตามความถนัดของแต่ละตัวละคร และวางทรัพยากรที่มีจำกัดไว้ในจุดที่สำคัญที่สุด

AI พยากรณ์อากาศคือการ์ดเตือนที่แม่นยำขึ้น แต่การ์ดเตือนไม่ได้ชนะเกมแทนเรา ชุมชนยังต้องวางแผน แบ่งบทบาท และลงมือก่อนภัยมาถึง เหมือนผู้เล่นที่ต้องเดินหมากเอง

เตรียมตัวรับมือภัยพิบัติในครอบครัวและชุมชน

กิจกรรมนักพยากรณ์ตัวน้อยที่บ้าน

หลังคุยเรื่องนี้ ผมกับลูกทำสถานีตรวจอากาศเล็กๆ ไว้ที่ระเบียง เพื่อให้เขาเข้าใจว่าข้อมูลที่ AI ใช้มาจากไหน

หลังผ่านไปหนึ่งเดือน ลูกเริ่มทายได้เองว่าเมฆแบบไหนมักตามมาด้วยฝนตอนค่ำ นั่นคือสิ่งที่ AI ทำ แต่ทำกับข้อมูลจากทั้งโลก ย้อนหลังหลายสิบปี เขาบอกว่าตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมข้อมูลจากทุกสถานีถึงสำคัญ แม้จะเป็นสถานีเล็กๆ ก็ตาม

ข้อจำกัดที่ต้องรู้

สรุปให้ลูกจำง่าย

คำถามชวนลูกคิดในวันฝนตก

โต๊ะไม้ตัวแรกที่ยังอยู่

โต๊ะไม้ตัวนั้นยังอยู่ในโรงรถของผม ขาสองข้างมีรอยคราบน้ำจางๆ จากปี 2554 ลูกชายรู้ประวัติของมันแล้ว และหลังจากคุยกันวันนั้น เขาเป็นคนจัดกระเป๋าฉุกเฉินของบ้านเองทั้งหมด ใส่ไฟฉาย แบตสำรอง ยาของคุณย่า และสำเนาเอกสารสำคัญในถุงซิป

เขาบอกว่า AI บอกได้ว่าพายุจะมาเมื่อไหร่ แต่คนในบ้านต้องรู้ว่าจะทำอะไรเมื่อพายุมา เทคโนโลยีที่ดีที่สุดคือเทคโนโลยีที่ทำให้คนมีเวลามากพอจะดูแลกันและกัน

หน้าฝนนี้ ลองเปิดแอปพยากรณ์อากาศกับลูกสักครั้ง แล้วชวนเขาจัดกระเป๋าฉุกเฉินของบ้านด้วยกันครับ มันอาจเป็นบทเรียนวิทยาศาสตร์ที่ใช้ได้จริงที่สุดที่ลูกเคยเรียน

Exit mobile version